France | Chateau D’Apigne, Rennes

S__14090368

S__14090363

Address : Chateau D Apigne, 35650 Le Rheu, France

Website : www.chateau-apigne.fr

กันยายนปี 2018 อิงพาคุณแม่ไปเปิดบูธที่ Maison & Objet ที่ปารีสเราไปเปิดบูธอยู่ถึง 7 วัน เสร็จงานเลยพาคุณแม่เที่ยวต่อค่ะ ตั้งใจจะไป Mont Saint-Michel ซึ่งเมืองที่ใกล้ที่สุดคือ Rennes  (เดี๋ยวจะมีวิดีโองาน Maison &Object และ เมืองGiverny ตามมาติดๆเลยค่ะ) เลยอยากพาคุณแม่ไปพักผ่อนสบายๆ อิงรู้ว่าคุณแม่ชอบไปเที่ยววัง ปราสาท เลยอยากพาคุณแม่ไปนอนชาโตว์ เลยมาเจอโรงแรมนี้ค่ะ

WELCOME TO THE HOTEL LE CHÂTEAU APIGNÉ

History

ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 ทางตะวันตกเฉียงเหนือของApigné ซึ่งยังคงเป็นเนินดินศักดินาเท่านั้นใกล้กับ Vilaine (Elise Lauranceau – 2004)

  • 1829 ปราสาทตั้งอยู่ในที่ตั้งของฟาร์มเก่าแก่ของ Hague of Apigné
  • 1833 ได้มีการการก่อสร้างโดยครอบครัวNové-Josserand เจ้าของ บริคยาร์ดในApigné
  • 1866 นาย Edouard Gohin de Charné ครอบครองปราสาท ระหว่างการแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์
  • 1866 Charles Le Goaësbe de Bellée, ประธานศาลแพ่ง กลายเป็นเจ้าของปราสาท
  • 1973 ขายให้กับ Pierre Rochelle
  • 1989 ส่งไปอยู่ในมือของครอบครัว Khan-Renault งานบูรณะและพัฒนาได้เกิดขึ้นในต้นปี 1990
  • ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้เป็นร้านอาหารและโรงแรม (Julie Corre และ Kelly Duchaud – 2017)

Architecture

ปราสาทนี้เป็นสไตล์นีโอเรเนสซองส์ อาคารหลักเป็นสี่เหลี่ยมถูกจำกัด ด้วยเสากลมสี่อัน การยกระดับอิฐบนชั้นหินแกรนิตด้วยหินปูน อาคารหลักถูกปกคลุมด้วยหลังคา ประตูท้ายวงกบโค้ง ระเบียงบนชั้น 1 ที่ตกแต่งอย่างประณีตสวยงาม ที่ดินแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงครอบคลุมพื้นที่สวนป่าขนาด 25 เฮคตาร์ มันรวมถึงและสิ่งปลูกสร้างเช่นเรือนกระจกเก่าคอกม้าบ้านไร่เก่าแก่และแหล่งน้ำ ได้รับการทำใหม่

สำหรับองค์กรภายในปราสาทแบ่งออกเป็นสี่ส่วนสองห้องอยู่สองข้างทางเดินส่วนกลางที่เชื่อมระหว่างด้านหน้าอาคารทิศเหนือกับอาคารทิศใต้ องค์ประกอบนี้จะเหมือนกันสำหรับแต่ละระดับ นอกจากนี้พื้นที่วงกลมเล็ก ๆ ที่รวมอยู่ในมุมของป้อมปราการตกแต่งในแต่ละอพาร์ทเมนท์ เป็นห้องน้ำ

อาคารหลักได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราโดยเน้นองค์ประกอบการตกแต่งในสไตล์นีโอเรเนสซอง ทางเข้าเป็นทางเข้าเดิมที่ยังสมบูรณ์แบบมาตั้งแตศตวรรษที่ 19

S__14090370

S__14090369

S__14090357

S__14090367

S__14090358

S__14090359

The Château d’Apigné Hotel

ตั้งอยู่ชานเมือง Rennes ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ Brittany ห่างจากตัวเมือง Rennes 9 กิโลเมตร ในตัวอาคารหลักมีเพียง 8 ห้องนอน อิงแนะนำว่าตอนจองต้องดูให้ดีๆนะคะ อิงจองตรงกับโรงแรมและส่งรูปห้องที่อิงอยากพักไปเลย เพราะแต่ละห้องขนาดและการตกแต่งไม่เหมือนกัน และจะมีห้องพักสร้างใหม่นอกตัวชาโตว์ ซึ่งเรามาทั้งทีก็น่าจะนอนในชาโตว์เลย ห้องน่ารักมากค่ะ ดูเต็มๆได้ในวิดีโอนะคะ ห้องน้ำสะอาดทันสมัย เนื่องจากมีห้องน้อยดังนั้นโรงแรมจะเงียบมาก พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ ต้องบอกก่อนว่าไม่มีอะไรให้ทำเลยนอกจากเดินเล่นและพักผ่อน ที่นี้มีอ่างเก็บน้ำใหญ่และน้องหงส์ดำ 2 ตัวที่อิงไม่แน่ใจว่า น้องมาเอง หรือที่นี่เลี้ยงเพราะสถานที่เขาใหญ่มากก และไม่มีรั้วกันเลย เป็นป่าและต้นไม้เก่าแก่ที่ใหญ่มากๆ เหมาะกับมาเพียงคืนเดียว อิงไปเที่ยวในเมือง Rennes ก่อน เข้าบ่าย เดินเล่น ถ่ายรูป อ่านหนังสือ ลงมาทานอาหารเย็นชั้นล่าง LES TOURELLES (ต้องจองนะคะ และไม่ได้เปิดทุกวัน) นอนตื่นสาย และ Check out เอากระเป๋าไปฝากโรงแรมในเมือง Rennse เพื่อไปเที่ยว Mont Saint-Michel และกลับมานอน 1 คืนในเมือง Rennes วันถัดไปค่อยขึ้นรถไฟกลับปารีส ที่จริงสามารถไปเที่ยว Mont Saint-Michel แล้วกลับมาขึ้นรถไฟกลับปารีสได้เลยไม่ต้องค้าง แต่อิงไม่อยากรีบกลัวคุณแม่เหนื่อย ต้องมาวุ่นวายเอากระเป๋าเดินทางไปด้วยอีก ที่สำคัญไม่รู้เราจะสนุกอินกับMont Saint-Michel ขนาดไหน ไม่อยากต้องรีบ เพราะมาเที่ยวพักผ่อนจริงๆ

My opinion

อิงกับคุณแม่ลงความว่าเป็น 2 วัน 1 คืน ราคา 150 ยูโร หรือประมาณ 6,000บาท ที่คุ้มค่ามากค่ะ เราประทับใจ และชอบมากๆเลยค่ะ จากอยู่ในปารีสมา 1 อาทิตย์และได้มาพักผ่อนที่นี่ รู้สึกได้ชาร์จแบตเต็ม แล้วอิงมาวันที่มีงานแต่งงานพอดีค่ะ หยิบชุดเดรสยาวสีครีมของ IRADA มาใส่ไปร่วมงานด้วยทันที 55555 เจ้าสาวเป็นคนเอเชียค่ะ เราเลยดูเนียน แต่เราก็ไม่ได้ทำตัวน่าเกลียดอะไร Congratulations เขาและขอดื่มchampagne 2 แก้วเรียกน้ำย่อยก่อนไปดินเนอร์เท่านั้นเอง

S__14090355

S__14090356

Chateau D'Apigne_190719_0022

Chateau D'Apigne_190719_0015

ASTRONOMIC RESTAURANT : LES TOURELLES

ร้านอาหารเขาอยู่ชั้นล่างสุดค่ะ น่าจะเคยเป็นห้องโถงนั่งเล่นมาก่อน มีเพดานทรงโค้ง และผนังกระจก ไม่ได้ถ่ายรูปห้องเอาไว้เลย เลยขอเอารูปจากGoogle มาให้ชมกันนะคะ ส่วนอาหารอิงถ่ายเองค่ะ อาหารเป็นคอร์สเมนูนะคะ มีให้เลือก 3,4 และ 5 คอร์สอิงถ่ายรูปเมนูมาให้ด้วยนะคะ เขาบากว่าเขาเป็นGastronomic restaurant คือ การผสมผสานอาหารเข้ากับวัฒนธรรมพื้นเมือง เน้นการจัดเตรียมอาหารและการตกแต่งจาน ในที่นี่ก็คือการแปรวัตถุดิบอาหารพื้นเมืองของฝรั่งเศสให้ทันสมัยขึ้น

My opinion : ต้องบอกทุกคนก่อนค่ะ อิงไม่อินกับการทานอาหารคอร์สเมนูเท่าไร คือไปทานได้นานๆที่ อยากได้ความรู้สึกใหม่ๆในการกินก็จะไป แต่ไม่ได้มีความพยายามต้องสรรหา เดินทานไปไกลเพื่อไปทานแน่นอน คือร้านนี้จะให้ขับมาทาน ไม่มาแน่นอน แต่เรามาถึงที่แล้ว เราก็ควรทานที่นี่เลยค่ะ เพราะรอบๆไม่มีอะไรเลย ไม่นั้นต้องเรียกรถกลับเข้าเมืองและทุกร้านปิดเร็ว 1 ทุ่มก็ปิดกันหมดแล้ว  รสชาติอาหารไม่มีอะไรแบบทำให้อิงว้าววแลยอยากทานอีก ทานได้แต่ไม่เป็นที่จดจำ เหมือนจ่ายให้ความรู้สึกสบายมากกว่าค่ะ และอิ่มไปกับบรรยากาศโรงแรมให้เต็มที่ เขาไม่ได้เปิดทุกวันนะคะ ต้องจองก่อนล่วงหน้าเพราะเขามีโต็ะค่อนข้างจำกัดนะคะ

Restaurant openings

Tuesday: dinner
Wednesday: dinner
Thursday: lunch and dinner
Friday: lunch and dinner
Saturday: dinner
Sunday: lunch
(Opening 7/7 for groups, birthdays, receptions).

S__14090380

S__14090382

ACA1286A-1139-4DEC-86C6-C066888BF702

S__14090381

5C8D9BF3-9CFE-4733-9936-6921AC08BC64

chateau-apigne-28

2

How to get to The Château d’Apigné

By bus:
Line 54 et 55 (bus stop at 2km from the Castel). Subway, bus information : Star

By car
Coming from Rennes/Paris : Rennes ring road, take the exit 10 porte de Lorient, direction Lorient. Then, cross the activity area of the 3 Marches for 2.7 km. At the traffic lights, turn left towards the Château d’Apigné on the D29. Then follow the road signs for 2.3 km and you will arrive.
Coming from Lorient : At the second traffic lights at the end of the expressway, turn right towards the Château d’Apigné. Then follow the road signs for 2.3 km and you will arrive.

By train : 
Rennes TGV station 8,8 km ( 18mn by car). More informations : Voyages SNCF

By plane :
Arrival: Aéroport de Rennes Bretagne.
To come to the Château d’Apigné: 13 minutes by car (9 km); Follow D834 towards Rue Jules Vallès.
Turn right onto Rue Jules Vallès. Continue on La Haie Gautrais. (1.8 km); At the roundabout, take the 1st exit onto D34. (1.4 km)
At the roundabout, take the first exit onto D77. Continue on Champcors / D434. (1.2 km)
Turn right onto D21. Continue straight on D129. (1.9 km); Continue on La Biaitais. Drive towards Château d’Apigné
More informations : Aéroport de Paris

Near by:
Roazhon Park (Stade Rennais), Parc Exposition Rennes Aéroport, Rennes Tourisme

S__14278876

S__14278880

S__14278877

S__14278878

S__14278879

Mont Saint-Michel

History :

ก่อนที่จะมีการสถาปนาราชวงศ์แรกของฝรั่งเศสขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 เกาะนี้เคยถูกเรียกว่า มงตงบ์ (Mont Tombe) และตามตำนาน วิหารที่อยู่บนเกาะนี้ถูกสร้างโดยการแนะนำของเทวดามีแชล ที่ได้เข้าฝันนักบุญโอแบร์ บิชอปแห่งมาฟร็องช์เมื่อปี พ.ศ. 1251 แต่เขาก็มิได้ปฏิบัติตาม เนื่องจากนึกว่าปีศาจได้มาเข้าฝัน เขาจึงได้เพิกเฉยไป จนมาถึงการฝันครั้งที่ 3 มีแชลได้ใช้นิ้วของเขาจิ้มที่หัวของโอแบร์ และเมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ได้ตะลึงว่ามีรูอยู่บนหัวจริง ๆ จากนั้นมาเขาจึงตัดสินใจสร้างวิหารบนยอดเขา

ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส เนื่องจากไม่มีพระจำพรรษา ตัววิหารได้ถูกเปลี่ยนเป็นที่คุมขังนักโทษสำคัญการเมือง จนกระทั่งวิกตอร์ อูโก ได้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เพื่อคืนความเป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญทางสถาปัตยกรรมของชาติ และในที่สุดได้มีการยกเลิกการเป็นเรือนจำ และได้ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในปีค.ศ. 1874

ในปีค.ศ.1979 ได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรม โดยองค์การยูเนสโก

ในปีหนึ่งจะมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนมง-แซ็ง-มีแชลกว่า 3 ล้าน 2 แสนคน ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับที่ 3 ของประเทศฝรั่งเศสรองลงมาจากหอไอเฟลและพระราชวังแวร์ซาย

ตัวเกาะอันเป็นที่ตั้งของวิหารนั้นเป็นหินแกรนิต โดยมีเส้นรอบวงเกาะประมาณ 960 เมตร และสูง 92 เมตร แล้วถ้าบวกกับความสูงของตัววิหารนั้นแล้วก็จะมีความสูงถึง 155 แมตร ถือเป็นปราการธรรมชาติตั้งแต่สมัยยุคกลาง โดยตั้งชื่อตามวิหารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขานั่นเอง บนยอดวิหารเป็นรูปปั้นทองของอัครทูตสวรรค์มีคาเอล (นักบุญมิคาเอล) สร้างโดยแอมานุแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet)

ในปัจจุบัน มีประชากรอยู่อาศัยบนเกาะ 44 คน จากสถิติ ณ ปีค.ศ.2009

How to get there :

ในอดีตการเดินทางไปยังมง-แซ็ง-มีแชล จะเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยถนนที่สามารถเดินทางได้ในช่วงน้ำลงเท่านั้น เนื่องจากระดับน้ำปกติจะท่วมและปิดกั้นผิวถนน โดยนักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญ สามารถจอดรถได้ในช่วงที่น้ำลง และเนื่องจากมีถนนที่ตัดเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ทำให้ทิศทางไหลของน้ำเกิดการผันแปร และเป็นผลทำให้ระยะทางระหว่างเกาะ กับแผ่นดินใหญ่นั้นสั้นลง อันเกิดจากการสะสมของดินตะกอนปากแม่น้ำ จนกระทั่งในปีค.ศ. 2006 นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลได้เริ่มโครงการเขื่อนกั้นน้ำ โดยจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยคืนสภาพความเป็นเกาะให้กับมง-แซ็ง-มีแชล โดยอาศัยการไหลของน้ำเพื่อชะล้าง และลดการสะสมของดินตะกอน โดยคาดว่าโครงการจะสำเร็จช่วงปีค.ศ.2015 ส่วนหนึ่งของโครงการคือสร้างเขื่อนกั้นน้ำ โดย ณ ปัจจุบันเสร็จสิ้นแล้ว รวมถึงการเปลี่ยนถนนที่เชื่อมกับแผ่นดินเป็นสะพาน เพื่อให้น้ำสามารถหมุนเวียนได้โดยรอบเกาะ รวมถึงการย้ายที่จอดรถไปยังแผ่นดินใหญ่ โดยนักท่องเที่ยวจะสามารถจอดรถได้บนฝั่ง โดยจะมีรถรับส่งบริการจากจุดจอดรถถึงบริเวณเกาะ

Credit : wikipedia.org

My opinion :

ทริปนี้จุดหมายคือ มง-แซ็ง-มีแชล แต่ในวิดีโอจะเห็นว่าอิงมีแต่ถ่าย Château d’Apigné โรงแรมที่อิงไปพัก ก่อนจะไปเที่ยว มง-แซ็ง-มีแชล เพราะว่า… สวยแต่ด้านนอกที่เรามองเห็นภาพรวม และ วิว ในตัววิหารหินไม่มีอะไรเลย แต่ใหญ่มากนะคะ คือเดินเยอะมาก ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ หรือการตกแต่งอะไรนอกจากตัววิหารหินเอง แต่ก็เข้าใจได้เนื่องจากเคยเป็นคุกอยู่พักใหญ่ ก็ไม่น่าจะเหลืออะไรสวยงามแล้ว ทางเดินมีช่วงแคบหลายจุด และนักท่องเที่ยวเยอะมาก ดังนั้นเดินไปในก็จะมีคนอยู่เต็มไปหมด คือจุดที่สวยที่สุดอิงได้ถ่ายรูปมาให้ทุกคนดูแล้วค่ะ 55555  ไปได้นะคะแต่ไปครั้งเดียวพอ ไม่คิดว่าจะกลับมาอีกค่ะ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s